หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่อง จิกจอก (นิทานของชาวไทใหญ่)  (อ่าน 611 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mydezign
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 11:28:30 AM »

จิกจอก (นิทานของชาวไทใหญ่)


ครั้งหนึ่ง เจ้าเมืองได้สั่งให้จิกจอกเข้าพบโดยส่งหนังสือไปว่า"พรุ่งนี้ให้เข้าเฝ้า" แต่วันรุ่งขึ้นเขาก็ ยังไม่ไป จน ๗-๘ วันก็แล้วเขาก็ยังไม่ไป เจ้าเมืองโกรธจึงไปตามเจ้าจิกจอกถึงบ้าน เมื่อไปถึงก็ถาม ว่า ทำไมจึงไม่เข้าเฝ้า เจ้าจิกจอกก็ว่า วันนี้ยังไม่ถึงพรุ่งนี้เลย ตนก็เลยยังไม่ไป เจ้าเมืองก็จนปัญญา และทำอะไรจิกจอกไม่ได้ เพราะตนเองไม่ได้เขียนวันที่ไว้
อีกครั้งหนึ่งที่เจ้าเมืองไปยืมเงินมาจากแม่หม้ายคนหนึ่งและสัญญาว่าอีกสองเดือนจะใช้คืนให้ ต่อมา เมื่อครบสองเดือนแม่หม้ายมาทวงเงินคืน เจ้าเมืองก็ไม่ยอมให้ อ้างว่าเดือนยังมีดวงเดียวอยู่ แม้จะทวง ถึง ๒-๓ ครั้งก็ไม่ได้คืน ต่อมานางจึงไปหาจิกจอก ซึ่งจิกจอกก็พานางไปหาเจ้าเมืองพร้อมกับเอาขันน้ำ ไปด้วยและเรียกเจ้าเมืองมา และถามว่าทำไมไม่ใช้เงินแก่เขา เจ้าเมืองก็ว่ายังไม่มีสองเดือน จิกจอก จึงชี้ให้เจ้าเมืองดูในขันน้ำ ก็เห็นเดือนอีกดวงหนึ่ง เจ้าเมืองจึงต้องใช้เงินแก่แม่หม้ายนั้นไป
วันหนึ่งเจ้าจิกจอกคิดสนุกขึ้นมาอยากจะหลอกชาวเมืองจึงเที่ยวไปประกาศว่า ที่บ้านของตนมีใบพลู ใหญ่ขนาดปูนอนได้ ชาวเมืองได้ยินดังนั้นก็เกิดความอยากเห็นว่าใบพลูอะไรใหญ่ขนาดนั้นจึงพากันไปที่บ้าน ของจิกจอก เมื่อไปถึงจิกจอกก็เอาใบพลูขนาดธรรมดานี่เองมาวางแล้วปูนอนจริง ๆ มาวางบนใบพลูนั้น ชาวบ้านจึงรู้ว่าจิกจอกหลอกเอาเสียแล้ว
ครั้งนั้นพระยาเจ้าเมืองมีช้างตัวพลายเชือกหนึ่ง และชาวบ้านก็มีช้างพังอีกเชือกหนึ่งมา ช้างพังนั้น เกิดลูกเป็นช้างเผือก เมื่อพระยาเจ้าเมืองทราบก็อยากได้ช้างเผือกนั้น จึงบอกชาวบ้านนั้นว่าช้างเผือก นั้นเป็นช้างที่เกิดจากช้างของตน แต่ชาวบ้านไม่ยอม เจ้าเมืองจึงให้คนไปตามเอาจิกจอกมาช่วยตัดสิน แต่รอเท่าไรจิกจอกก็ไม่มาสักทีจึงตามไปถึงบ้าน ถามว่าสั่งให้มาทำไมไม่มา จิกจอกก็ว่า ไปไม่ได้เพราะ เกาะทรายถูกไฟไหม้จึงข้ามไปไม่ได้ เจ้าเมืองก็ว่าเป็นไปไม่ได้ที่เกาะทรายจะถูกไฟไหม้ จิกจอกจึงย้อน ตอบไปว่า ก็นั่นแหละ เกาะนั้นไฟย่อมไม่ไหม้ เช่นเดียวกับช้างพลายของท่านเจ้าเมือง ก็ย่อมไม่สามารถ เกิดลูกได้เหมือนกัน เจ้าเมืองจึงจนปัญญาและยอมแพ้แก่เจ้าของช้างเผือกนั้น
 
เมื่อเจ้าแผ่นดินรู้ว่าเจ้าจิกจอกไม่เข้าข้างตนก็โกรธและไล่ให้ไปอยู่ที่อื่น และสั่งว่าถ้าแผ่นดินไม่พลิก กลับก็อย่าได้กลับมาให้เห็นหน้าอีก เขาก็ออกจากเมืองนั้นไป พอถึงฤดูฝน เจ้าจิกจอกก็กลับมา เมื่อ เจ้าเมืองเห็นก็จึงจะฆ่าเขาแต่จิกจอกก็แก้ตัวว่าก็เดี๋ยวนี้แผ่นดินพลิกกลับแล้ว ไม่เชื่อก็ไปดูที่ทุ่งนา ชาวนา เขากำลังไถนาพลิกแผ่นดินอยู่นั่น เจ้าเมืองก็ต้องเสียทีแก่จิกจอกและยอมให้เขาอยู่ต่อไป
 
ครั้งหนึ่งพระที่วัดนั้นแอบไปสังวาสกับม้าของวัด และจิกจอกแอบไปเห็นเข้าจึงคิดจะแกล้งพระ เขา จึงเอาไฟไปจี้อวัยวะเพศของม้านั้น ต่อมาพระก็แอบไปทำอีกแต่ครั้งนี้ม้าเจ็บจึงเตะเอาพระรูปนั้น พระก็ โกรธ จึงให้จิกจอกเอาม้าไปขายเสีย จิกจอกก็เอาม้าไปขายได้เงินมาก็เก็บเอาไว้ ไม่ยอมให้พระโดย อ้างว่าเจ้าของเขานัดให้ไปเอาเดือนหน้า ต่อมาเมื่อถึงกำหนดที่จะต้องไปเอาเงิน พระก็ใช้จิกจอกไป ทวงเงิน จิกจอกก็ทำทีไปทวงแต่ก็กลับมาบอกกับพระว่ายังไม่ได้และตอนนี้ม้าตัวนั้นก็เกิดออกลูกมาตัวหนึ่ง มีหน้าตาเหมือนพระมาก พระก็กลัวว่าเรื่องจะแตกเพราะตนเองได้สังวาสกับม้า จึงบอกจิกจอกว่าไม่ต้อง ไปทวงแล้ว ยกให้เขาไปเถอะ
 
ครั้งหนึ่งจิกจอกมีความผิดร้ายแรง เจ้าเมืองจึงจะประหารชีวิตในอีก ๗ วันข้างหน้าแล้ว เขาก็จับ เอาจิกจอกใส่กรงไปแขวนไว้ที่ริมฝั่งน้ำ บังเอิญตอนนั้นมีเรือสินค้าจากจีนผ่านมาในแม่น้ำและเห็นกรงที่ เขาเอาจิกจอกใส่แขวนอยู่ริมฝั่งน้ำ ก็เกิดความสงสัยจึงเข้าไปถามว่าทำไมถึงถูกจับขัง ด้วยปฏิภาณที่ไว จิกจอกก็บอกว่าคนในเมืองนี้จะเอาเขาเป็นเจ้าเมือง เขาไม่ยอมเป็น พวกนั้นจึงนำเขามาทดลองความ อดทนอยู่ที่นี่ อีก ๗ วัน เขาก็จะมารับเอาไปเป็นเจ้าเมือง แล้วจิกจอกก็ว่า ถ้าท่านอยากเป็นเจ้าเมือง ก็เข้ามาอยู่แทนเราสิ เจ้าของเรือนั้นก็หลงเชื่อว่าเป็นจริงจึงยอมเข้ามาอยู่ในกรงแทนและได้ยกเรือนั้น ให้เจ้าจิกจอกไป ครั้นอีก ๗ วันต่อมา พวกชาวเมืองก็มาตัดเชือกกรงนั้นให้จมน้ำ เจ้าของเรือก็ตายแทน เจ้าจิกจอก ฝ่ายเจ้าจิกจอกนั้นก็ได้กลับไปหาเจ้าเมืองอีก
เมื่อเจ้าเมืองเห็นก็ประหลาดใจเพราะคิดว่าจิกจอกจมน้ำตายไปแล้ว ซึ่งจิกจอกก็ตอบว่าตนเองได้ ตายไปแล้ว ได้ไปพบปู่ย่าตายายของเจ้าเมืองหลายคนที่ตายไป และคนเหล่านั้นได้สั่งให้ตนเองมาบอกแก่ เจ้าเมืองว่าให้ไปพบ เขาจะมอบทรัพย์สมบัติหลายอย่างให้ เจ้าเมืองก็เกิดอยากได้สมบัติจึงให้คนสร้าง กรงและเอาญาติพี่น้องไปด้วยมากมายแล้วก็ปล่อยให้จมน้ำไปจริง ๆ
 
จาก ด้วยปัญญาและความรัก นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่ นิทานของชาวไทเขิน

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: